0 Comments

ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นอาการที่สามารถพบได้บ่อย โดยพบได้ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ ส่วนมากจะพบบ่อยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี หากว่าผู้ป่วยมีอาการของต่อมทอนซิลบ่อย ๆ จนเป็นแบบเรื้อรัง ก็จะทำให้ถึงขั้นรุนแรงได้ ทำให้ไม่ควรมองข้ามเลย หากว่ามีอาการเจ็บคอบ่อย ๆ เพราะนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่กำลังเตือนว่าคุณอาจจะมีอาการของต่อมทอนซิลอักเสบก็ได้ ทั้งนี้แม้ว่าจะเป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่หลาย ๆ คนก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่า ต่อมทอนซิลอักเสบ คืออะไร, เกิดขึ้นได้อย่างไร หรือมีอาการแบบไหนบ้าง ในบทความนี้จะมาบอกให้ได้รู้กัน

ต่อมทอนซิล คืออะไร แล้วต่อมทอนซิลอักเสบ เกิดขึ้นได้จากอะไร

ต่อมทอนซิล คือ ต่อมน้ำเหลืองที่จะมีด้วยกัน 2 ต่อม โดยจะอยู่คู่กันข้างซ้าย และข้างขวาในลำคอ ต่อมทอนซิลจะมีหน้าที่ในการจับ และทำลายเชื้อโรคต่าง ๆ ที่จะเข้ามาสู่ร่างกายของเราผ่านทางเดินอาหาร อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วยนั่นเอง ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของต่อมทอนซิลอักเสบ ก็มักจะเกิดขึ้นได้จากไวรัส และการติดเชื้อจากแบคทีเรีย 

อาการต่าง ๆ ของ ต่อมทอนซิลอักเสบ

– เมื่อกดไปที่ต่อมทอนซิลจะรู้สึกเจ็บ เนื่องจากว่าต่อมทอนซิลมีอาการบวมแดง 

– เจ็บคอเวลาที่ต้องกลืนอาหาร จึงทำให้กลืนอาหารลำบาก

– ปวดศีรษะ

– หนาวสั่น มีไข้ 

– การที่มีภาวะต่อมทอนซิล ก็จะส่งผลทำให้เสียงแหบ หรือมีเสียงที่เปลี่ยนไป

– มีกลิ่นปาก

– เมื่อคลำที่ต่อมทอนซิลจะพบว่ามีความบวม และโต

– รู้สึกปวดร้าวที่บริเวณหู

– หลังทานอาหารอาจจะมีอาการอยากอาเจียน

เมื่อมีอาการต่อมทอนซิลอักเสบ ต้องดูแลตัวอย่างไรบ้าง

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ สามารถรักษาอาการนี้ได้ด้วยการดูแลตัวเองด้วยวิธีการดังนี้

– ดื่มน้ำที่สะอาด หรือดื่มน้ำอุ่น 

– ทานอาหารที่ย่อยได้ง่าย

– ถ้าไม่จำเป็นอย่าอยู่ใกล้กับผู้ที่กำลังป่วย

– ต้องระมัดระวังตัวเองไม่ให้มีอาการไอ หรือจาม

– ไม่ควรใช้ของต่าง ๆ ร่วมกันกับผู้อื่น

– งดการดื่มแอลกอฮอล์

– ไม่สูบบุหรี่ หรือการสัมผัสกับฝุ่นควัน

จากที่กล่าวมานี้ก็เป็นอาการของต่อมทอนซิลอักเสบ ที่ควรเช็กกันให้แน่ใจว่าตัวเองเข้าข่ายที่จะเป็นหรือไม่ หากมีความสงสัยว่าเป็นก็ให้รีบไปพบแพทย์ ถ้าเกิดว่าตรวจแล้วเจอว่าเป็นก็สามารถที่จะรักษาได้ โดยในเบื้องต้นแพทย์จะทำการรักษาตามอาการก่อนในกรณีที่มีการอักเสบไม่มาก ซึ่งไม่เป็นต้องใช้ยา แต่หากว่ามีอาการอักเสบมาก แพทย์ก็จำเป็นที่จะต้องให้ยาปฏิชีวนะในการรักษา ทั้งนี้อาการของต่อมทอนซิลอักเสบมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นได้ในช่วง 3-7 วันหลังจากที่ได้รับการรักษาแล้ว อย่างไรก็ตามถ้าการรักษายังไม่ดีขึ้น และมีภาวะอื่น ๆ แทรกซ้อน ก็จำเป็นที่จะต้องรักษาด้วยการผ่าตัดนั่นเอง 

Related Posts

ข้อดีของ MRI

ข้อดี-ข้อเสียของการใช้ MRI ในการตรวจระบบกล้ามเนื้อและกระดูก

การตรวจด้วยคลื่นสนามแม่เหล็ก (MRI) เป็นเครื่องมือสำคัญในตรวจระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เนื่องจากให้ภาพเนื้อเยื่ออ่อนที่ชัดเจนกว่าวิธีอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม MRI ก็มีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ผู้ป่วยและแพทย์ควรพิจารณาก่อนการใช้บริการ บทความนี้สรุปข้อดี ข้อเสีย…

ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง 2

บริหารอาหารลดภูมิแพ้อาหารแฝง ปรับชีวิตดีขึ้น

แนวทางบริหารจัดการอาหารสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิแพ้อาหารแฝงอย่างได้ผล ผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้อาหารแฝงมักเผชิญกับความท้าทายในการเลือกและบริหารจัดการอาหารอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากอาหารชนิดต่างๆ แนวทางการบริหารจัดการอาหารสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกและวิธีการที่ถูกต้องซึ่งสอดคล้องกับความรู้ทางการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การตรวจภูมิแพ้อาหารแฝงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยระบุสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนอาหารอย่างเหมาะสมที่จะช่วยลดอาการและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต ภูมิแพ้อาหารแฝงคืออะไรและความสำคัญของการตรวจวินิจฉัย ภูมิแพ้อาหารแฝงหมายถึงการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อสารอาหารบางชนิดที่ไม่แสดงอาการทันทีหรือชัดเจนเหมือนภูมิแพ้อาหารทั่วไป อาการอาจเกิดขึ้นล่าช้าและแปรปรวน…

ฟาร์มาเทค

ฟาร์มาเทค (PharmaTech): นวัตกรรมยาในยุคดิจิทัล

แนวคิดและขอบเขตของฟาร์มาเทค ฟาร์มาเทคคือการผสานระหว่างเภสัชกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับการค้นพบยา การผลิต การทดลองคลินิก และการดูแลผู้ป่วยในภาพรวมแนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดเพียงการใช้ซอฟต์แวร์ แต่รวมระบบข้อมูลขนาดใหญ่ เซนเซอร์สวมใส่ และแพลตฟอร์มการสื่อสารระหว่างผู้ป่วยกับผู้ให้บริการทางการแพทย์ขอบเขตครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบโมเลกุลด้วยปัญญาประดิษฐ์ การวางแผนการทดลองทางคลินิกแบบเสมือนจริง จนถึงการติดตามการใช้ยาจริงในชุมชนผ่านอุปกรณ์…