0 Comments

อาการปวดศีรษะ

โดยปกติแล้วอาการปวดศีรษะ จะเป็นความผิดปกติของระบบประสาท ซึ่งส่วนใหญ่แล้วหากใครมีอาการปวดศีรษะมักจะซื้อยาแก้ปวดมารับประทานเอง แต่หากในกรณีที่มีอาการปวดหัวเรื้อรัง ส่งผลให้มีความจำเป็นที่ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง และจะต้องเพิ่มจำนวนยาขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละครั้ง จนอาจจะเกินความจำเป็น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าใช้งานเกินขนาดนั่นเอง ซึ่งสาเหตุนี้อาจจะก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไปได้เช่นเดียวกัน

อาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป คืออะไร

อาการปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป จะเกิดจากการใช้ยาแก้ปวดเกินขนาดที่ร่างกายสามารถรับได้ในระยะเวลานาน ๆ ซึ่งยาแก้ปวดเหล่านั้นจะมีคุณสมบัติรักษาอาการปวดได้เพียงระยะสั้น เมื่อยาหมดฤทธิ์แล้วจึงเกิดอาการปวดศีรษะ หรือการกระตุ้นของเซลล์สมองทำให้มีการสร้างตัวรับความเจ็บปวดเพิ่มยิ่งขึ้น ซึ่งในส่วนนี้จะสามารถใช้ยาเพื่อระงับอาการปวดศีรษะแบบรับประทานได้ ซึ่งจะมียาในกลุ่ม

  • ยา Paracetamol : ยาในกลุ่มนี้จะเป็นการแก้อาการปวดศีรษะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่ควรรับประทานยาประเภทนี้มากกว่า 3 กรัมต่อวัน เพราะอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบกับการทำงานของตับ และไม่ควรใช้ยาติดต่อกันนานเกิน 7 วัน
  • ยาแก้อักเสบ ที่ไม่ใช่สเตียร์รอยด์ : สำหรับยาแก้อักเสบที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มสเตียรอยด์ อย่างเช่น Ibuprofen, Mefenamic Acid และ Naproxen โดยยาในกลุ่มนี้จะสามารถแก้อาการปวดศีรษะเพียงเล็กน้อย ถึงปานกลาง แต่สำหรับผู้ที่มีประวัติเป็นแผล มีเลือดออกในทางเดินอาหาร เคยเป็นโรคหัวใจ และไตทำงานแบบผิดปกติ ควรระมัดระวังการใช้ยาประเภทนี้
  • ยาแก้ปวดในกลุ่มอนุพันธ์ของฝิ่น : สำหรับยาแก้ปวดศีรษะในกลุ่มนี้ จะแก้ปวดสำหรับผู้ที่ปวดศีรษะระดับกลาง ไปถึงระดับรุนแรง แต่ผู้ที่มีประวัติเป็นโรคลมชัก โรคในระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งการทำงานของตับและไตผิดปกติ ควรระมัดระวังการใช้ยาประเภทนี้ หรือจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด

สำหรับปัจจัยสำคัญ ที่มีความเสี่ยงในการเกิดปัญหาปวดศีรษะจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป คือ การรักษาโรคไมเกรนที่ไม่ถูกต้อง อย่างเช่น การซื้อยาแก้ปวดมารับประทานด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อนใช้ยาแก้ปวดในการรักษา ดังนั้นวิธีการหลีกเลี่ยงอาการปวดศีรษะด้วยการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป คือ เมื่อมีอาการปวดทุกครั้งควรเข้าพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยอาการอย่างละเอียด และเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง เพราะหากคุณรับประทานยาแก้ปวดด้วยตนเองแบบต่อเนื่อง จะก่อให้เกิดผลเสียกับร่างกายตามมาเป็นจำนวนมาก 

Related Posts

การวินิจฉัยและรักษาโรคหายาก

การวินิจฉัยและรักษาโรคหายาก: ความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สร้างความหวังใหม่

โรคหายากเป็นความท้าทายทางการแพทย์ที่สำคัญ เนื่องจากมีผู้ป่วยจำนวนน้อยและการวินิจฉัยที่ซับซ้อน ในปัจจุบัน วิทยาการทางการแพทย์ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้การวินิจฉัยและรักษาโรคหายากมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการใช้เทคโนโลยีทางพันธุกรรม การรักษาแบบมุ่งเป้า และการพัฒนายาเฉพาะโรค ซึ่งสร้างความหวังให้กับผู้ป่วยและครอบครัวในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การพัฒนาเทคโนโลยีการตรวจวินิจฉัยทางพันธุกรรม…

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคหายาก

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโรคหายาก

บทนำ โรคหายากเป็นกลุ่มโรคที่พบได้น้อยในประชากรทั่วไป แต่มักส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ป่วยและครอบครัว การวินิจฉัยโรคหายากมักใช้เวลานานและซับซ้อน เนื่องจากอาการที่แสดงออกมาอาจคล้ายคลึงกับโรคทั่วไป การเตรียมตัวที่ดีก่อนเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น การเตรียมประวัติทางการแพทย์ การรวบรวมประวัติทางการแพทย์ทั้งของตนเองและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ควรจดบันทึกอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นทั้งหมด…

โรคหายากทางพันธุกรรมที่พบบ่อย

โรคหายากทางพันธุกรรมที่พบบ่อย

โรคหายากทางพันธุกรรมเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนหรือโครโมโซม แม้จะเรียกว่าโรคหายาก แต่เมื่อรวมผู้ป่วยทั้งหมดแล้วพบว่ามีจำนวนไม่น้อย โดยทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคหายากประมาณ 350 ล้านคน หรือราว 1 ใน 20…